ตั้งโดย tong
tong
กระทู้ : 11 , ความเห็น : 160
คะแนน
   บอร์ด 11
   ตลาด 0
   ประมูล 0
คันเบ็ด:
รอก:
เหยื่อ:
ที่อยู่: bangkok

สายเอ็น ปะทะ PE อันไหนดีกว่ากัน????
แก้ไข
โพสเมื่อ : 19 ก.ย. 2554,13:54
  วันนี้ผมขอร่วมแบ่งปัน ประสบการณ์การศึกษาและบทความดีๆที่ผมได้ไปเจอมา ในการเลือกใช้สายตกปลา สำหรับมือปลาบ่ออย่างผมหน่อยนะครับ ( อยากร่วมแบ่งปัน สำหรับน้าๆที่ยังไม่ทราบนะครับ ท่านที่ทราบแล้ว ข้ามกระทู้นี้ไปได้เลยครับ )

เดี่ยวนี้เวลาเดินเข้าบ่อตกปลาทีไร ผมก็จะเจอทั้งนักตกปลาท่านอื่นๆ ที่ใช้สายเอ็น สีสันสดใส หรือ สีเรียบๆก็มี มีทั้งแบบเป็นสาย PE หรือ สายDyneema เส้นโตๆก็เจอบ่อย .... หลายคนๆคงเคยคิดเหมือนผมใช่มั๊ยครับ ... ว่าตกลงสายแต่ละแบบที่หลายๆคนใช้ ต่างกันอย่างไร  วันนี้ผมขอสรุปจากประสบการณ์ในการเลือกใช้สายตกปลาของผมกันอย่างคราวๆนะครับ

สายที่ใช้ในวงการกีฬาตกปลา  บ้านเรามี2 แบบครับ  ( เอาเฉพาะสายที่ใช้กรอใส่รอกก่อนนะครับ )
แบบที่ 1 คือ แบบที่เป็นลักษณะเนื้อเอ็น จะเป็นเอ็นสี หรือ เอ็นเนื้อใสๆ ก็มีอีก 2ประเทภครับ คือเอ็นแบบเต็ม หรือเอ็นแบบดโหลด 
แบบที่ 2 คือ สายที่มีลักษณะเป็นเนื้อผ้าถัก หรือ ที่เราหลายๆคนคุ้นหูกัน ก็คือ สายPE หรือ สายไดนีม่า นั้นเองครับ
แก้ไขข้อมูล : 20 ก.ย. 2554,12:27

ความคิดเห็นที่ 1
tong
กระทู้ : 11 , ความเห็น : 160
คะแนน
   บอร์ด 11
   ตลาด 0
   ประมูล 0
คันเบ็ด:
รอก:
เหยื่อ:
ที่อยู่: bangkok
แก้ไข
โพสเมื่อ : 19 ก.ย. 2554,13:55
สายตกปลาแบบที่ 1 สายเอ็น ถ้าแบ่งตามกระบวนการผลิต จะแบ่งย่อยได้เป็น
  
    สายเอ็นแบบสายเอ็นเนื้อเต็ม
         ที่มักเรียกกันว่า สายเอ็นเต็ม ก็เพราะ การผลิตสายเอ็นนั้น จะมีมาตรฐานหน้าตัด ซึ่งจะเป็นตารางเรียบเทียบ ขนาดหน้าตัดสายเอ็น ต่อแรงดึง หรือ แรงที่สายจะรับน้ำหนักได้แบบมาตราฐาน และ กำหนดมาตราฐานว่า สายหน้าตัดขนาดนี้เป็นเส้นเอ็นขนาดกี่ปอนด์ 
    
ขนาดหน้าตัดของสายเอ็นเปรียบเทียบเอ็นเต็มปอนด์มาตรฐาน 

หน้าตัด(mm.)         แรงดึงที่เอ็นรับได้(LB)             
   0.20                            4
   0.26                            6                           
   0.28                            8                           
   0.30                           10                        
   0.35                           12                         
   0.40                           15                         
   0.45                           20                        
   0.50                           25                        
   0.55                           30                        
   0.60                           35                          
   0.65                           40                         
   0.70                           45                         
   0.75                           50 
   0.80                           55
   0.85                           60
   0.90                           65
   0.95                           70                        

   ตารางเปรียบเทียบขนาดหน้าตัดนี้ สามารถใช้วัด สายขนาดของสายเอ็น โหลด หรือ สายPE , 
Dyneema ก็ได้ หากสายที่เราซื้อมา ไม่ได้ระบุขนาดสายที่โหลด หรือ ขนาดสายผ้าที่มักจะบอกเป็น PE2 เพื่อจะนำมาคำนวณขนาดความจุของสาย กับสปูนรอกของเราได้ง่ายๆ 
   
     อย่าลืมว่า ขนาดหน้าตัด เป็นตัวกำหนดความจุของสาย 1 สปูนในรอกของเรา ยกตัวอย่างเช่น หากสปูนรอกเรากำหนดว่า จุสายหน้าตัด 0.40 ได้ 100 m. ก็เท่ากับว่า เราจะจุสาย 15 ปอนด์ ได้ 100 เมตร แต่เราดันไปเลือกวายขนาด 0.45 หรือ เอ็น20ปอนด์ มาใส่แทน เราก็อาจจะได้ความยาวของสายเอ็น ใน1 สปูนน้อยลง อาจจะเหลือแค่เพียง 70-80 เมตรเท่านั้น  ดังนั้น หากเราเลือกสายที่มีหน้าตัดใหญ่ แต่รอกของเรามีขนาดสปูนเล็ก จะทำให้เราจุสายได้น้อย สงผลให้เวลาเราตกปลาและ ปลาลากสายวิ่งไปไกล อาจดึงจนสายหมดสปูนได้ง่ายๆ อันนี้ต้องระวังให้ดีๆนะครับ!!!  
เมื่อเราทราบขนาดหน้าตัดของสายแล้ว เราก็มาดู ข้อดี ข้อเสีย ของสายเอ็นประเภทนี้กันอย่างคราวๆดีกว่าครับ

ราคา: สายเอ็นแบบหน้าตัดเต็ม เท่าที่ผมรู้ว่ามีขายในประเทศไทย มีอยู่ไม่กี่ญี่ห้อ ตกราคาหลอดละประมาณ 340-400 บาทครับ
ข้อดีคือ : สายเอ็นแบบหน้าตัดเต็ม มีข้อดีตรงที่ เป็นสายที่มีขนาดตามมาตราฐาน และ ผ่านกระบวนการผลิตสายให้ออกมามีขนาดเท่ากับเอ็นที่กำหนดภายในครั้งเดียว ไม่มีการยืดสายออกให้มีขนาดเส้นเอ็นเล็กลงเหมือนเอ็นแบบสายโหลด จึงทำให้ สายเอ็นแบบแต็มปอนด์ 
   - มีความทนทาน  ทนแรงเสียดสีได้ดีกว่าแบบเอ็นโหลด
   - ยังสามารถยืดตัวได้อีก ในกรณ๊ที่โดนปลาใหญ่ดึงสายเกินขนาดที่มาตรฐานกำหนก สายเอ็นแบบเต็มยังคงสามารถยืดตัวได้อีกนิดหน่อย ทำให้ในบางครั้งเราสามารถสู้ปลาใหญ่ได้อย่างอุ่นใจกว่า
    - เนื้อเอ็นแบบเต็ม ไม่ค่อยเกิดอาการสายหงิง งอ เป็นผ่อยเล็กๆ เหมือนเส้นมาม่า เวลาโดนกระชากแรงๆ เหมือนสายเอ็นโหลดบางญี่ห้อ
     -  สายเอ็นแบบเต็ม  มีอายุการใช้งานได้นานกว่า สายเอ็นแบบโหลด ส่วนใหญ่มักใช้กันประมาณ 6เดือน-1ปี ในกรณีที่ใช้งานปกติ แบบตกปลาตามบ่อ แต่หากใช้งานทะเล อาจทำให้อายุการใช้งานของสายเอ็นสั้นลง ได้
                                
ข้อเสีย : สายเอ็นแบบหน้าตัดเต็ม  มักมีขนาดเส้นเอ็นที่ใหญ่ ทำให้จุสายได้น้อย 
      - เนื้อสาย มักมีความแข็งกระด้าง ดังนั้นจึงมักมีปัญหา สายพองขึ้นมาจากสปูน วิธีแก้ไขคือ กรอสายเอ็นสำหรับ รอกเบท และ สปิน อย่าให้เต็มสปูน ให้กรอเอ็นใส่ประมาณ 3/4 ส่วนของสปุนก็พอ เนื่องจากเมื่อเราตีสายออกไป สายจะพองตัวขึ้นอีกเล็กน้อย และเวลาเราเก็บสายจะไม่แน่นเหมือนเวลาที่ใช้เครื่องกรอสายเอ็นเข้ารอก ดึงนั้นเมื่อเรากรอสายเก็บเข้ามาจึงส่งผลให้สายสปริงตัวขึ้น 
       ดังนั้น นักตกปลาจึงมักเลือกใช้สายเอ็นแบบหน้าตัดเต็ม กับรอกขนาดกลาง-ใหญ่ เพื่อจุสายได้พอกับที่จะต้องใช้งาน และ เพราะความทนทานที่มากกว่าสายเอ็นแบบโหลด จึงทำให้มือปลาบึกทั้งหลายยังคงยึดติด และ ยอมมองข้ามอาการสายพองตัวหรือ จุดด้อยของสายเอ็นประเภทหน้าตัดเต็มนี้ไปได้ 
       อย่าลืมนะครับ หากคุณเลือกใช้ สายเอ็นขนาดใหญ่ทนแรงดึงสูง รอกและคันเบ็ด ก็ต้องเลือกรอกและคันเบ็ดที่สามารถรองรับ และ ช่วยสายเอ็นด้วยนะครับ มิฉะนั้นอาจเกิดอาการเฟืองรูด หรือ คันเบ็ดหักแต่เอ็นยังไม่ขาดได้นะครับ
ความคิดเห็นที่ 2
tong
กระทู้ : 11 , ความเห็น : 160
คะแนน
   บอร์ด 11
   ตลาด 0
   ประมูล 0
คันเบ็ด:
รอก:
เหยื่อ:
ที่อยู่: bangkok
แก้ไข
โพสเมื่อ : 19 ก.ย. 2554,14:48
    สายเอ็นแบบสายเอ็นเนื้อโหลด
       เอ็นโหลดที่หลายๆท่านชื่นชอบ นั้นแท้ที่จริงก็คือเนื้อเอ็นหน้าตัดเต็มอย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น แต่ได้ผ่านกระบวนการดึงให้เส้นเอ็นหน้าตัดเต็มมาตราฐาน ให้ยืดออกทำให้เส้นเอ็นมีขนาดที่เล็กลง และ นุ่มมากยยิ่งขึ้น เพื่อให้การใช้งานได้นุ่มเนียน และ ทำให้จุสายเอ็นได้เยอะยิ่งขึ้น เหมาะมากสำหรับงานตกปลาขนาดกลาง หรือ เล็ก ที่ต้องการสายเอ็นขนาดเล็กดึงเนียนๆ แบบงานสปิ๋ว หรือ งานตกปลาเกล็ด และ ปลาสวาย 

         แต่ถึงจะเรียกว่า เอ็นโหลด แต่ในปัจจุบัน ก็มีการผลิตสายเอ็นแบบโหลด ขนาดเส้นใหญ่แบบ 70ปอนด์ โหลดขนาดเส้นให้เล็กเหลือแค่ 50 ปอนด์ก็มี ข้อดึ ก็คือ จุสายได้เยอะขึ้นมากกกก และ ทำให้ตีสายได้ง่ายขึ้น เพราะเนื้อเอ็นไม่ค่อยกระด้างมากเหมือนเอ็นเต็ม ปัจจุบันจึงเป็นเอ็นที่ได้รับความนิยมสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน ตกปลาตามบ่อฟิชชิ่งปาร์ค หรือ งานทะเล เนื่องจาก มีให้เลือกหลากหลายญี่ห้อ และ ราคาไม่แพงมาก สนนราคา ม้วนละ 100 -300 กว่าบาทก็มีให้เลือกใช้งานกันไม่หวาดไม่ไหว อีกทั้งยังมีการใส่สี เติมแสงเข้าไปมากมาย หลายญี้ห้อ มีทั้งแบบสีสันจัดจ้าน สดใส สีสลับ ก็เป็นที่นิยม เพราะ มองเห็นได้ง่ายเวลาจะผูกสายตอนกลางคืน แต่เมื่อมีข้อดี ก็มีข้อเสียอยู่เช่นกัน หากเรายอมรับข้อเสียนี้ได้ เราก็สามารถเลือกใช้งานเอ็นโหลดได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอนครับ
         
        หากท่านไม่แน่ใจว่า สายที่ซื้อมาเป็นสายแบบหน้าตัดเต็ม หรือ เป็นสายโหลด ก็สามารถนำขนาดหน้าตัดของสายเอ็น มาเปรียบเทียบกับตารางข้างบนได้ จะเห็นได้ว่า สายโหลดส่วนใหญ่ มักจะผลิตให้สายทดไปประมาณ 1/4 ส่วน หรือ ในบางญี่ห้อ อาจทดไปถึง 2/4 ส่วน หรือ โหลดครึ่งต่อครึ่่งของสายเอ็นแบบเต็มปอนด์เลยก็มี อาทิเช่น สายเป็นรับแรงได้เท่ากับเอ็น 30 ปอนด์ ถ้าเป็นเอ็นโหลดจะมีหน้าตัดเหลือแค่ 0.40 หรือ 0.45 หรือเท่ากับ โหลดให้เส้นเอ็นขนาด 30ปอนด์ แต่ทำให้เส้นเล็กลงเหลือแค่ 15-20 ปอนด์เท่านั้น เห็นมั๊ยครับ ขนาดเส้นหายไปกว่าครึ่ง ทำให้เราสามารถจุสายได้ มากขึ้นเกือบเท่าตัว ... ทดเวลาบาดเจ็บให้กันเห็นๆ  

เอาหล่ะครับ งั้นเรามาดูการเปรียบเทียบ ข้อดี ข้อเสียกันอย่างชัดๆหน่อยก็คือ
เอ็นโหลด มีราคา :  ม้วนละประมาณ 100 - 400 กว่าบาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพ และ ญี่ห้อนะครับ
ข้อดี :  - เส้นมีขนาดเล็กลง จึงทำให้จุสายใส่สปูนได้เยอะขึ้น กว่าเท่าตัว
           - มีขนาดเส้นที่เล็ก และ เนียนนุ่มกว่า สายเอ็นแบบหน้าตัดเต็ม เมื่อเทียบกันแบบปอนด์ต่อปอนด์
           - เมื่อเส้นไม่กระด้างเหมือนเอ็นโหลด ก็จึงทำให้ส่งสาย หรือ ตีสายออกไปได้ง่ายกว่า
           - ไม่ต้องกังวลเรื่อง สายเอ็นจะพองขึ้นมามากเหมือนเอ็นหน้าตัดเต็ม
           - สามารถใส่เอ็น ขนาด 10ปอนด์ เข้าสปูนของรอกขนาดเล็ก ได้ง่ายๆ ทำให้ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการตกกุ้ง หรือ ตกปลาเล็ก-ขนาดกลาง
            - มีหลายญี่ห้อให้เลือกใช้งาน และ มีหลากหลายสีสัน ตามแต่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น สีสลับ หรือ สีใส่ๆ

ข้อเสีย :  - เพราะเป็นเอ็นที่ผ่านการดึงเส้นให้ยืด เพื่อลดขนาดหน้าตัดสายเอ็นแล้ว จึงทำให้หากโดนกระชากแรงๆ จะทำให้เนื้อเอ็นเสียรูปทรงได้ง่าย และ อาจเกิดอาการเส้นเอ็น หงิง งอ เป็นสปริง หรือ เส้นมาม่าได้ 
              -  มีความทนทาน หรือ ทนต่อแรงกระชาก ต่ำกว่าแบบเอ็นหน้าตัดเต็ม  เพราะผ่านการยืดมาแล้วส่วนหนึ่ง หากโดนแรงดึงกระชาก อย่างต่อเนื่อง เนื้อเอ็นจะไม่สามารถให้ตัวได้มาก หรือ ยืดออกรับแรงกระชากได้อีก และ มักจะขาดง่ายกว่า ซึ่งต่างกับเอ็นหน้าตัดเต็ม ที่ยังไม่ผ่านการยืดเส้นมา จึงสามารถยืดตัวได้อีก หากเจอแรงดึงกระชากหนักๆก็ยังคงยืดตัวรับแรงกระชากได้อีกส่วนหนึ่ง
               - มีอายุการใช้งานต่ำกว่า สายเอ็นแบบหน้าตัดเต็มอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่วนมาก เมื่อใช้งานไปประมาณ 3-6เดือนก็ตอ้งเปลียนเอ็นกันอีกครั้งครับ
แก้ไขข้อมูล : 19 ก.ย. 2554,14:49
ความคิดเห็นที่ 3
tong
กระทู้ : 11 , ความเห็น : 160
คะแนน
   บอร์ด 11
   ตลาด 0
   ประมูล 0
คันเบ็ด:
รอก:
เหยื่อ:
ที่อยู่: bangkok
แก้ไข
โพสเมื่อ : 19 ก.ย. 2554,15:05
วิธีใช้งานเอ็นให้คุ้มค่าคุ้มราคา  และ ลดอัตราสายขาด
1. หมั่นตรวจเช็คสายเอ็น โดยการ ดึงสายเอ็นจากหน้ารอกประมาณ 5-10 เมตร โดยใช้นิ้วลูปสาย และ ค่อยๆกรอสายเก็บเข้าสปูนช้า พลางลูปเอ็นไปด้วยหากเจอช่วงที่มีตำหนิ สายไม่เรียบ ให้ตัดสายเอ็นช่วงนั้นทิ้งซะ ( เอ็นช่วง5-10เมตร นี้มักจะเป็น ช่วงที่โดนรับแรงกระชาก และ โดนดึงลงไปใต้น้ำ ซึ่งอาจจะไปพาดพานกอไม้ ทำให้ สายเป็นขรุ่ย ซึ่งถ้าเจอ ต้องตัดเนื้อเอ็นช่วงนั้นทิ้ง เพื่อลดความเสียงหากเจอปลาใหญ่ หากเราไม่ตัดทิ้งสายจะขาดตรงจุดนี้ได้ )
2. หากอัดปลาใหญ่มากๆ แล้วเอ็นมีอาการ หงิง งอ ให้ตัดต้องส่วนนั้นทิ้ง  หรือ ถ้าใช้เอ็นไปซักพัก (1-2เดือน) ให้ตัดสายเอ็นช่วงหน้าทิ้งไปประมาณ 1-2 เมตร เพราะเป็นช่วงเอ็นที่โดนแรงดึงกระชากมากที่สุด
3. อย่าเก็บสายเอ็น และ รอกที่กรอเอ็นไว้แล้ว ให้อยู่ในพื้นที่อบ หรือ ตากแดด อาทิเช่น เก็บรอกไว้ท้ายรถที่จอดตากแดดเป็นเวลานาน อากาศอบที่ร้อน และ แสงแดด จะส่งผลให้สายเอ็นมีอายุการใช้งานที่ต่ำลง สายเอ็นจะกรอบ และ ไม่เหนี่ยวเหมือนเดิม หาก ท่านมีสายเอ็นเก่าที่เก็บไว้ เกิน 1 ปี สายเอ็นนั้นไม่ควรนำมาใช้งานแล้ว เนื่องจากอาจหมดอายุการใช้ไปแล้ว
4. หากนำรอกไปตกปลาที่ทะเล ให้ทำการบำรุงรักษารอก และ เอ็น โดยการฉีดน้ำสะอาดล้าง ผ่านตัวรอกเมื่อใช้งานเสร็จ ( ไม่ต้องถึงขนาดนำรอกไปจุ่มน้ำนะครับ เพราะจะทำให้น้ำเข้าห้องเครื่อง และต้องนำรอกไปส่งล้างเพื่อใส่จาระบีใหม่) และเมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็ต้องดึงเอ็นออกจาสปูนและนำ ผ้าสะอาดชุปน้ำอุ่น ค่อยเช็ดสปูนและตัวรอกภายนอก ส่วนเอ็นก็ควรกรอใส่หลอดเอ็ฯแล้วนำไปแช่นน้ำ หรือ อาจใช้ผ้าชุปน้ำพาดผ่านเอ็นเมือ่กรอสายออกก็ได้ เป็นการเช็ดคราบน้ำทะเล ให้ออกไปจากสายเอ็น และ สปูนรอก หากทิ้งไว้ จะทำให้สายเอ็นอมน้ำทะเลไว้ และ จะเป็นขี้เกลือขึ้นที่ตรงแกนสปูนได้

เอาหล่ะครับ ทั้งหมดนี้เป็นวิธีเลือกสายเอ็น และ การบำรุงรักษาเอ็นและรอก ของผม หากฝิดถูกยังไงก็ขออภัยนะครับ  
ความคิดเห็นที่ 4
tong
กระทู้ : 11 , ความเห็น : 160
คะแนน
   บอร์ด 11
   ตลาด 0
   ประมูล 0
คันเบ็ด:
รอก:
เหยื่อ:
ที่อยู่: bangkok
แก้ไข
โพสเมื่อ : 20 ก.ย. 2554,12:39
จบไปในเรื่องที่เกี่ยวกับสาย เอ็น แล้วนะครับ มาต่อกันที่ สายผ้า หรือ สายถักจำพวก PE ไดนีม่า กันหน่อยนะครับ 

ในบ้านเราสำหรับมือตีเหยื่อปลอมและ มือตกทะเล คงเคยได้ยินได้ใช้งานกันมาพอสำควร แต่ในวงการมือปลาบึกปลาสวาย นี้สายPE , ไดนีม่า เริ่มมามีบทบาทในการตกปลาเกล็ด และปลาบึกปลาสวายตามฟิชชิ่งปาร์ค เพราะจะถูกใช้เป็นสายหน้าในการต่อผูกกับตาเบ็ด เพื่อให้ปลาไม่ระแวง ... ในอดีต นักตกปลา มักจะใช้สายเอ็น หรือ เชือกว่าวเส้นเล็ก สีขาวๆ ในการต่อผูกสายหน้าตรงช่วงตาเบ็ด อาจเพราะสายเชือกว่าวมีราคาถูกกว่า และ อาจเพราะเอ็นนั้นหาง่ายกว่า .... แต่ในปัจจุบัน เราจะเห็นว่า ตามบ่อตกปลาทั่วไป นักตกปลามักนิยมใช้ สาย PE หรือ Dyneema ในการต่อกับตาเบ็ด (ตามที่ได้เคยเห็น) และในตอนนี้ จะเห็นว่า สายPE Dyneema เริ่มมามีบทบาทชัดยิ่งขึ้นตามบ่อตกปลาฟิชชิ่งปาร์คที่มีปลาขนาดใหญ่ โดยจะเห้ฯว่า นักตกปลาหลายๆท่าน เร่ิมเปลี่ยนจากรอกตัวขนาดใหญ่ ใส่สายเอ็นขนาดใหญ่ ... มาใช้แบบ รอกจิ๊กกิ๊ง หรือ รอกตัวเล็กลง และ เปลี่ยนจากการใส่สายเอ็นมาใช้เป็นสายผ้าถัก หรือ PE Dyneema นั้นเอง ซึ่งผมได้บอกเล่าเรื่องราวของสายเอ็นกันไปแล้ว  วันนี้เราจะมาต่อกันที่เรื่องของสายผ้า กันดีกว่าครับ 

ความคิดเห็นที่ 5
tong
กระทู้ : 11 , ความเห็น : 160
คะแนน
   บอร์ด 11
   ตลาด 0
   ประมูล 0
คันเบ็ด:
รอก:
เหยื่อ:
ที่อยู่: bangkok
แก้ไข
โพสเมื่อ : 20 ก.ย. 2554,13:23
ในเรื่องของสาย PE หรือ Dyneema กันต่อนะครับ บางคนก็งง ว่า เจ้าสองแบบนี้มันต่างกันอย่างไร ... 

จากประสบการณ์การใช้งานโดยตรง (ที่เมื่อก่อนผมก็ไม่ทราบถึงลายละเอียด และ ก็เข้าใจเหมือนน้าๆหลายๆท่านว่า สาย PE กับDyneema  เป็นสายผ้า แต่ต่างกันตรงที่ สีสัน หรือ เข้าใจไปว่า สายPE คือสายที่นักตกปลาทะเลเค้าใช้กัน และ สาย  Dyneema  นักตกปลาตีเหยื่อปลอมใช้กัน เพราะจุดที่ผมสงเกตุ จากข้างกล่องใส่พวกสายผ้าเหล่านี้  มักจะระบุว่า สายDyneema 100% บ้าง บางญี่ห้อก็ระบุว่า สายPE X4 อะไรประมาณนี้ ผมก็คิดว่าทั้ง 2 แบบนั้นเป็นสายคนละแบบกัน ) 
    
แต่เมื่อได้ทำการศึกษาและทดลองใช้งานจริงๆ จากสายผ้าหลายๆญี่ห้อ ผมก็ขอสรุปแบบฟันธงหัก!!! ได้เลยครับว่า สาย PE กับDyneema นั้นที่จริงแล้ว เป็นสายประเภทเดียวกัน เพราะไม่ว่าข้างกล่องจะระบุว่า Dyneema 100%หรือ PE X4  นั้นผมก็ว่ามันก็ใช้งานได้พอๆกัน ทนทานเหมือนๆกัน มีจุดด้อยเหมือนๆกันทั้ง2แบบ  และเมื่อผมได้เปิดเจอบทความ ของน้าแหล่มแท่น ก็ยิ่งทำให้ผมมั่นใจได้ว่า สิ่งที่ผมเคยคิดและเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสายผ้าทั้ง2ชนิดว่ามันเหมือนกันนั้น  ถูกต้องแล้ว  เพราะเมื่อทำการศึกษาเชิงลึกแล้ว จะรู้ว่า คำว่า "PE" วัตถุดิบที่ใช้ผลิตเจ้า สายDyneema นั้นเอง แต่ คำว่า "Dyneema" เป็นชื่อที่ได้รับการจดทะเบียนทางการค้า ของบริบัทผู้ผลิตสายญี่ห้อหนึ่ง  ดังนั้นผู้ผลิตที่ผลิตสายผ้า ดังนั้น โดยสรุปไม่ว่า จะเรียกว่า สาย PE หรือ Dyneema ก็ล้วนแต่เป็นวัสถุที่ผลิตมาจาก วัสตถุดิบในกลุ่มเดียวกัน 

       เอาหล่ะครับ เมื่อรู้แล้วว่าทั้ง 2 แบบไม่ต่างกัน งั้นมาดูกันต่อ ว่าเราจะเลือกซื้อสายผ้า  PE หรือ Dyneema อย่างไรกันดี??
        สายผ้านั้น มีกระบวนการผลิตโดยการดึงเส้นใยให้มีขนาดเล็กลงมากๆ และนำมาถักทอรวมกัน เหมือนในลักษณะการผลิตเชือก ดังนั้นจึงทำให้มีความทนทาน และ เหนียวแน่น ไม่ยืดตัวเหมือนกันสายเอ็น ส่วนในเรื่องของอ๊อฟชั่นเสริม จำพวก เคลือกสารป้องกัน UV เพื่อลดอัตราการเสียหายจากการโดนความร้อนนานๆ เพื่อยืดอายุการใช้งานของสาย หรือ จะเป็นแบบเคลือกสารกันน้ำ ทำให้ไม่อมน้ำ ส่งผลสายไม่บวม เวลาเก็บสายๆจะไม่ค่อยพองขึ้นมาครับ

เอาหล่ะครับเกรินนำกันไปยาวแล้ว มาดูข้อดี ข้อเสียกันอย่างชัดๆดีกว่าครับ 
แก้ไขข้อมูล : 20 ก.ย. 2554,13:25
ความคิดเห็นที่ 6
tong
กระทู้ : 11 , ความเห็น : 160
คะแนน
   บอร์ด 11
   ตลาด 0
   ประมูล 0
คันเบ็ด:
รอก:
เหยื่อ:
ที่อยู่: bangkok
แก้ไข
โพสเมื่อ : 20 ก.ย. 2554,14:05
สาย  PE หรือ Dyneema : ราคาเฉลี่ย ตั้งแต่ (ม้วนแบบ 100เมตร) ประมาณ 250-500 บาท ส่วนสายPEเส้นใหญ่ๆผมเคยเห็นเมคอินเจแปน 100เมตร ราคา 1,500 บาทครับ (เรื่องราคาคงอยู่ที่คุณภาพ และ อ๊อฟชั่นเสริมที่ทำให้ใช้งานได้ทนทานมากยิ่งขึ้น )
ข้อดี : - มีความทนทานสูง ไม่ว่าจะเจอแรงกระชาก แรงเสียดสี ก็ไม่มีการยืดตัวอีก
          - มีขนาดเส้นที่เล็กมาก เมื่อเทียบกับขนาดสายเอ็นหน้าตัดเต็ม แบบว่า เส้นเล็กกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง ทำให้เวลาจุสายสามารถใส่สายขนาดปอนดืใหญ่ได้จำนวนเยอะขึ้น
          - หากท่านเลือกซื้อสายที่มีการถักพันสายมาค่อนข้างดี เนื้อสายจะแน่นไม่ค่อยอมน้ำ ส่วนเรื่องที่ว่า อมน้ำมากน้อย อันนี้ขึ้นอยู่กัน กระบวนการผลิตของสายญี่ห้อนั้นๆ ว่าได้มีสารเคลือกสายกันน้ำ หรือไม่ หากมี เนื้อสายอาจจะแข็งกว่าเล็กน้อย แต่ข้อดีคือ สายจะเส้นเล็กมากและไม่ค่อยอมน้ำเลย ส่วนสารที่ไม่เคลือกสารกันน้ำ หรือ ผ่านกระบวนการผลิตที่ถัก ทอ หรือ พันสายมาไม่ค่อยแน่น เนื้อสายจะนิ่มกว่า แต่ ข้อเสียคือ สายจะอมน้ำ และ บวมใหญ่ขึ้นมากเมื่อโดนน้ำ ทำให้สายเปื่อยง่าย และ ส่งผลต่อความจุสายที่จะใส่ได้น้อยลง และยิ่งถ้าสายอมน้ำมากๆ เวลาตีเหยื่อสายจะออกตัวยากทำให้ตีเหยื่อได้ไม่ค่อยไกล
            - มีอายุการใช้งานสายที่ค่อนข้างนานกว่าสายเอ็น เพราะเป็นสายผ้าถักหลายเส้นรวมกัน ทำให้มีการผ่อนแรงกันไปตามเส้นเชือกไม่ได้สงแรงกระชากถึงสายเพียงเส้นเดียว และ ยิ่งถ้าสายผ้าที่ผลิตได้คุณภาพดี ที่มีการเคลือกสายดีๆ สายมักไม่ค่อยเป็นขรุย แม้ยืนตกปลาตากแดดเป็นเวลานาน ก็ไม่ส่งผลต่อคุณภาพสายให้ลดลง
             - แม้จะโดนกระชากแรงๆ สายผ้าก็ไม่มีการหงิง งอ หรือ ยืดตัวออก เหมือนกับสายเอ็น
             
ข้อเสีย  : - มีราคาแพงกว่าสายเอ็น ถ้าเทียบกันตามราคาและความยาวของเนื้อสายที่จะได้รับ
              - เวลาตีสาย สายผ้าจะทำระยะได้ไกลสู้ สายเอ็นไม่ได้ เพราะสายเอ็นมีแรงสปริงตัว ไม่เหมือนกับสายผ้าที่ไม่มีแรงสปริง หรือ ดีดตัวเลย
               - สายผ้ามักจะลอยน้ำ ซึ่งต่างกับสายเอ็นบ้างญี่ห้อที่ผลิตออกมาให้จมน้ำได้เร็ว
               - หากท่านเลือกวื้อสายผ้าในราคาถูก สายมักจะอมน้ำและบวมขึ้นมากทำให้ตีสายออกไปได้ยาก
               - เนื่องจากสายผ้าจะไม่ยืดตัว หรือ ไม่มีการให้ตัวอีกแล้ว แม้ถูกแรงดึง กระชากที่เกินกว่าน้ำหนักที่สายจะรับไหว แต่สายผ้าส่วนมากก็จะไม่ขาด หากโดนแรงดึงตรงๆ แต่ เพราะไม่มีแรงยืดตัว ส่วนมาก หากผูกชุดตาเบ็ดดีๆ หากตาเบ็ดไม่หัก ปากปลาก็มักจะฉีกขาดแทน ซึ่งจะเห็นได้บ่อยเวลาไปบึง เมื่อปลาลากสายผ้าอย่างแรง และ นักตกปลาปิดเบรครอกหมด หากรอก และ คันคุณมีคุณภาพดี ปลาที่ดึงสายอย่างแรงมักจะปากขาดไปก่อนที่จะดึงตัวขึ้นมาได้

ความคิดเห็นที่ 7
tong
กระทู้ : 11 , ความเห็น : 160
คะแนน
   บอร์ด 11
   ตลาด 0
   ประมูล 0
คันเบ็ด:
รอก:
เหยื่อ:
ที่อยู่: bangkok
แก้ไข
โพสเมื่อ : 20 ก.ย. 2554,14:06

คลิปแสดงตัวอย่าง ความทนทาน ของสายไดนีม่า กับ สายสลิง ครับ
ความคิดเห็นที่ 8
tong
กระทู้ : 11 , ความเห็น : 160
คะแนน
   บอร์ด 11
   ตลาด 0
   ประมูล 0
คันเบ็ด:
รอก:
เหยื่อ:
ที่อยู่: bangkok
แก้ไข
โพสเมื่อ : 20 ก.ย. 2554,14:08

เวลากรอสายผ้าใส่รอก อย่าลืมใช้ผ้าชุปน้ำบีบสายไว้ด้วยนะครับ เพื่อให้สายแน่น
ความคิดเห็นที่ 9
tong
กระทู้ : 11 , ความเห็น : 160
คะแนน
   บอร์ด 11
   ตลาด 0
   ประมูล 0
คันเบ็ด:
รอก:
เหยื่อ:
ที่อยู่: bangkok
แก้ไข
โพสเมื่อ : 20 ก.ย. 2554,14:17
โดยส่วนตัวแล้ว สายแต่ละอย่างสำรหับผม ไม่ว่าจะเป็น เอ็นโหลด เอ็นเต็ม สายผ้า ทั้งหลายแหล่นี้ ก็ล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แตกต่างกันออกไปเพราะเกมส์กีฬาการตกปลา เป็นการสู้กับปลาด้วยความเหมาะสม ถ้าเราเลือกชุดอุปกร์ให้เหมาะสม เราก็จะสู้กันอย่างเสมอภาคและสนุกสนานกับการตกปลาทุกครั้งไปครับขอจบเรื่องเกี่ยวกับสายสำหรับตกปลาไว้เท่านี้นะครับ

เอาหล่ะครับ ผมหวังว่า ความรู้และประสบการณ์ที่ผมร่วมแบ่งปันนี้ คงจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆนักตกปลาไม่มากก็น้อยนะครับ หากน้าๆมีความคิดเห็นและประสบการณ์ต่างจากผลร่วมเสริมเพิ่มเติมกันได้นะครับ จะได้เป็นแหล่งรวมของความรู้คู่นักตกปลาบ้านเรากันต่อไปครับ .... ขอบคุณครับ 
ความคิดเห็นที่ 10
mair
กระทู้ : 7 , ความเห็น : 213
คะแนน
   บอร์ด 2
   ตลาด 0
   ประมูล 0
คันเบ็ด:
รอก:
เหยื่อ:
ที่อยู่:
แก้ไข
โพสเมื่อ : 21 ก.ย. 2554,18:06
 เก็บความรู้คราบ
ความคิดเห็นที่ 11
yak
กระทู้ : 8 , ความเห็น : 137
คะแนน
   บอร์ด 8
   ตลาด 0
   ประมูล 0
คันเบ็ด:
รอก:
เหยื่อ:
ที่อยู่:
แก้ไข
โพสเมื่อ : 06 ต.ค. 2554,21:34
เข้ามาเก็บความรู้ด้วยคนครับ
ความคิดเห็นที่ 12
wee103
กระทู้ : 0 , ความเห็น : 1
คะแนน
   บอร์ด 0
   ตลาด 0
   ประมูล 0
คันเบ็ด:
รอก:
เหยื่อ:
ที่อยู่:
แก้ไข
โพสเมื่อ : 25 ก.พ. 2555,11:21
ขอบพระคุณมากนะครับ แต่อยากรู้ว่ามีสาย เอ็น หรือ สาย PE ที่สามารถทนความร้อนได้มั้ยครับ หากท่านมีความรู้หรือเคยเห็นที่ไหน ได้โปรดบอกกล่าวมาใน wee103@hotmail.com หรือ 0813879486 จะเป็นพระคุณต่อนักศึกษาอย่างยิ่งครับ ... ^_^
กำลังแสดงหน้าที่ 1/1

* กฏ ระเบียบ ข้อตกลง สำหรับการแสดงความ คิดเห็นหน้ากระดาน *

- ห้าม ทำการโฆษณาอันนำไปสู่การซื้อขาย หรือ ลง ขายสินค้า เปิดประมูล 
   สินค้า ทุกชนิด(หากมีข่าวต้องการประชาสัมพันธ์ให้ใช้ หมวดหมู่ ฝากข่าว
ประชาสัมพันธ์ ได้ครับ)
- สมาชิกควรรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และพึง ระวังการวิจารญ์ความเห็น
   ของผู้อื่น และ เคารพความคิดเห็นส่วนบุคคล
- ห้ามแสดงความเห็นพาดพิง ทำลายบรรยากาศการสนทนา หรือทำให้ผู้อื่น
   เสียหาย หรือ ทำลายความน่าเชื่อถือ
- เจ้าของชื่อล็อกอิน จะต้องรับผิดชอบต่อ ผลที่เกิดจากข้อความที่ปรากฏ
  จากชื่อล็อกอิน ของท่านทุกกรณี 
- ห้ามโพส ข้อความ  รูปภาพ คลิป หยาบคาย เสียดสี ลามก 
   ผิดศิลธรรม อันดีงาม หรือ ก่อกวน
- หลีกเลี่ยงการตั้ง หัวข้อกระทู้ที่ดูรุนแรง และกระทู้เรื่อง การเมือง ศาสนา
  เชื้อชาติ
 - หากตรวจพบการกระทำผิดข้อตกลง กฎระเบียบ ทางเว็บมีสิทธิ์ลบรายการ
   ความเห็นโดยไม่ต้องแจ้งให้สมาชิกทราบ
- เมื่อสมาชิกกดปุ่ม โพสต์ข้อความ  ทางเว็บจะถือว่า ท่านรับทราบกฎ
ระเบียบ และพร้อมที่จะปฏิบัติตาม
   กฏระเบียบข้อบังคับเพื่อความเป็นระเบียบของเว็บ ขอบคุณครับ
  ได้เสียจากข้อความและเนื้อหาที่ปรากฏ ในหน้ากระดาน
*** กรุณาอ่านกฎระเบียบข้อตกลงข้างต้นก่อนแสดงความคิดเห็นนะครับ ***
*** หากต้องการให้รูปเด็ดๆของท่าน ไปขึ้นที่ภาพตัวอย่างที่หน้าแรก กรุณาลงภาพที่ท่านต้องการ ให้เป็นภาพแนวตั้ง ***
แสดงความคิดเห็น
ข้อความ
รูปภาพ เฉพาะไฟล์ .jpg หรือ .gif เท่านั้น ขนาดไฟล์ควรไม่เกิน 200 kb.
ID Youtube
Emotion ใช้เมาส์ลากที่รูป Emotion ใส่ในช่องข้อความ

เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ! เข้าระบบ คลิกที่นี่
Copyright (c) 2011 ติดต่อโฆษณาได้ที่ Greenfishings@hotmail.com
>>